Menu Close

บทสัมภาษณ์ คุณหนุ่ม ไฟฟ้าบริภัณฑ์

บริภัณฑ์ ตันติพุทธ หรือคุณหนุ่ม เริ่มต้นการเป็นเป็นเซลล์มาตั้งแต่ปี  2544 เริ่มด้วยการขาย Controller ของเจ้าอื่นก่อน จากนั้นจึงได้มาเจอกับ Temp Climate Controller ซึ่งคุณหนุ่มให้ความเห็นว่าใช้งานง่ายกว่าของเจ้าอื่น โดยที่ฟังค์ชั่นการใช้งานเหมือนกันในราคาที่ดีกว่า จึงแนะนำลูกค้าให้ใช้ Temp มานับแต่นั้น

 

บทสัมภาษณ์ คุณหนุ่ม ไฟฟ้าบริภัณฑ์

บริภัณฑ์ ตันติพุทธ หรือคุณหนุ่ม เริ่มต้นการเป็นเป็นเซลล์มาตั้งแต่ปี 2544 เริ่มด้วยการขาย Controller ของเจ้าอื่นก่อน จากนั้นจึงได้มาเจอกับ Temp Climate Controller ซึ่งคุณหนุ่มให้ความเห็นว่าใช้งานง่ายกว่าของเจ้าอื่น โดยที่ฟังค์ชั่นการใช้งานเหมือนกันในราคาที่ดีกว่า จึงแนะนำลูกค้าให้ใช้ Temp มานับแต่นั้น
 

บทสัมภาษณ์ คุณหนุ่ม ไฟฟ้าบริภัณฑ์

บริภัณฑ์ ตันติพุทธ หรือคุณหนุ่ม เริ่มต้นการเป็นเป็นเซลล์มาตั้งแต่ปี 2544 เริ่มด้วยการขาย Controller ของเจ้าอื่นก่อน จากนั้นจึงได้มาเจอกับ Temp Climate Controller ซึ่งคุณหนุ่มให้ความเห็นว่าใช้งานง่ายกว่าของเจ้าอื่น โดยที่ฟังค์ชั่นการใช้งานเหมือนกันในราคาที่ดีกว่า จึงแนะนำลูกค้าให้ใช้ Temp มานับแต่นั้น
 

เน้นกลุ่มลูกค้าขนาดเล็กถึงกลาง ที่ไม่ต้องการฟังค์ชั่นที่ซับซ้อน

 

คุณหนุ่มเน้นขาย TP 40/80 เป็นหลัก เนื่องจากกลุ่มลูกค้าเป็นฟาร์มขนาดเล็กถึงขนาดกลาง เน้นใช้งานง่าย ไม่ต้องมีฟังค์ชั่นเยอะ คุณหนุ่มให้เหตุผลว่า เคยลองชูเรื่องฟังค์ชั่นต่างๆให้ลูกค้าแล้ว ยกตัวอย่าง เช่น การตั้งค่าการเลี้ยงล่วงหน้า (Growthday) หรือฟังชั่นการเปิดพัดลมเป็น Stages  เมื่อนำมาให้ลูกค้าใช้จริงแล้ว ลูกค้าให้ Feedback กลับมาว่า ไม่ถนัดในการใช้งาน และต้องใช้เวลาในการเรียนรู้ จึงอยากใช้แค่ฟังค์ชั่นพื้นฐานเช่น ดูอุณหภูมิและความชื้นก็เพียงพอต่อการใช้งานแล้ว

 

พูดถึงลูกค้าที่เข้ามาสอบถามแต่ยังไม่ตัดสินใจซื้อ หรือเปลี่ยนมาใช้การเลี้ยงแบบระบบปิด

 

การตัดสินใจของเกษตรกรผู้เลี้ยงที่จะเปลี่ยนจากระบบเปิดเป็นระบบปิด ขึ้นอยู่กับหลายปัจจัย ไม่ใช้เพียงแค่ต้องการความสะดวกสบายเพียงอย่างเดียว ปัจจัยที่สำคัญที่สุดคือ เรื่องการลงทุน และราคาขายของสัตว์ไม่ดี เกษตรกรผู้เลี้ยงให้เหตุผลว่า การเลี้ยงแบบเปิด ที่ไม่ต้องอาศัยเทคโนโลยี ใช้แรงงานคน 

ก็ยังให้ผลผลิตที่ดี ธุรกิจยังไปต่อได้ และในหลายๆครั้ง ด้วยภาวะเศรษฐกิจ และโรคระบาดในสัตว์ส่งผลให้ราคาขายของเนื้อหมู/เนื้อไก่ต่ำลง กำไรที่ได้ก็ต่ำลงไปด้วยจึงเป็นปัจจัยหลักที่ทำให้เกษตรกรยังไม่กล้าลงทุนกับเทคโนโลยีในการเลี้ยง แม้จะยังต้องเหนื่อยคอยดูแลสัตว์อย่างใกล้ชิดก็ตาม 

แต่ปัญหานี้จะเกิดกับเกษตรกรที่ทำการเปิดฟาร์มและเลี้ยงมาเป็นเวลานาน คุณหนุ่มบอกเพิ่มเติมว่าในปัจจุบันมีมาตรฐานจากทางกรมปศุสัตว์เข้ามาควบคุมธุรกิจการเลี้ยงสัตว์ โดยเน้นให้เป็นการสร้างโรงเรือนเป็นระบบปิดทั้งหมด เพื่อความปลอดภัย และควบคุมคุณภาพของสัตว์ให้มีมาตรฐาน

 

พูดถึงความแตกต่างระหว่างการเลี้ยงแบบเก่าและแบบใหม่

 

การเลี้ยงแบบปิด (EVAP)

ข้อดี 

ประสิทธภาพของสัตว์สูงขึ้น 

ค่าความสูญเสียลดลง

อัตราการเจริญเติบโตดีขึ้น

มีความปลอดภัยควบคุมโรคได้ง่าย

สามารถเลี้ยงสัตว์ต่อหนึ่งหน่วยพื้นที่ได้มากกว่าระบบเปิด

เมื่อควบคุมการระบายอากาศภายในโรงเรือนได้จึงลดความเครียดของสัตว์ สัตว์รู้สึกสบายมากขึ้น

สามารถเก็บข้อมูลการเลี้ยงเพื่อนำไปพัฒนาต่อยอดการเลี้ยงได้

ลดความชื้นและก๊าซแอมโมเนียภายในโรงเรือนได้

 

ข้อเสีย

จำเป็นต้องลงทุน

ต้นทุนค่าไฟสูงขึ้น

จำเป็นต้องใช้เวลาในการเรียนรู้ เพื่อให้ใช้งานเครื่องอย่างเต็มประสิทธิภาพ

การเลี้ยงแบบเก่า

ข้อดี

ต้นทุนต่ำ

ค่าไฟน้อยกว่า

 

ข้อเสีย

จำเป็นต้องอาศัยการดูแลอย่างใกล้ชิดเพื่อป้องกันโรค 

ไม่สามารถรักษาอุณหภูมิให้คงที่, เหมาะสมต่อการเลี้ยงได้

มีความเสี่ยงต่อการติดโรคระบาดได้

อัตราการเติบโตต่ำเมื่อเทียบกับระบบปิด ทำให้จำนวนวันในการเลี้ยงมากขึ้น

 

บริภัณฑ์ ตันติพุทธ

 
 
 
เน้นกลุ่มลูกค้าขนาดเล็กถึงกลาง ที่ไม่ต้องการฟังค์ชั่นที่ซับซ้อน

คุณหนุ่มเน้นขาย TP 40/80 เป็นหลัก เนื่องจากกลุ่มลูกค้าเป็นฟาร์มขนาดเล็กถึงขนาดกลาง เน้นใช้งานง่าย ไม่ต้องมีฟังค์ชั่นเยอะ คุณหนุ่มให้เหตุผลว่า เคยลองชูเรื่องฟังค์ชั่นต่างๆให้ลูกค้าแล้ว ยกตัวอย่าง เช่น การตั้งค่าการเลี้ยงล่วงหน้า (Growthday) หรือฟังชั่นการเปิดพัดลมเป็น Stages  เมื่อนำมาให้ลูกค้าใช้จริงแล้ว ลูกค้าให้ Feedback กลับมาว่า ไม่ถนัดในการใช้งาน และต้องใช้เวลาในการเรียนรู้ จึงอยากใช้แค่ฟังค์ชั่นพื้นฐานเช่น ดูอุณหภูมิและความชื้นก็เพียงพอต่อการใช้งานแล้ว

พูดถึงลูกค้าที่เข้ามาสอบถามแต่ยังไม่ตัดสินใจซื้อ หรือเปลี่ยนมาใช้การเลี้ยงแบบระบบปิด

การตัดสินใจของเกษตรกรผู้เลี้ยงที่จะเปลี่ยนจากระบบเปิดเป็นระบบปิด ขึ้นอยู่กับหลายปัจจัย ไม่ใช้เพียงแค่ต้องการความสะดวกสบายเพียงอย่างเดียว ปัจจัยที่สำคัญที่สุดคือ เรื่องการลงทุน และราคาขายของสัตว์ไม่ดี เกษตรกรผู้เลี้ยงให้เหตุผลว่า การเลี้ยงแบบเปิด ที่ไม่ต้องอาศัยเทคโนโลยี ใช้แรงงานคน 
ก็ยังให้ผลผลิตที่ดี ธุรกิจยังไปต่อได้ และในหลายๆครั้ง ด้วยภาวะเศรษฐกิจ และโรคระบาดในสัตว์ส่งผลให้ราคาขายของเนื้อหมู/เนื้อไก่ต่ำลง กำไรที่ได้ก็ต่ำลงไปด้วยจึงเป็นปัจจัยหลักที่ทำให้เกษตรกรยังไม่กล้าลงทุนกับเทคโนโลยีในการเลี้ยง แม้จะยังต้องเหนื่อยคอยดูแลสัตว์อย่างใกล้ชิดก็ตาม 
แต่ปัญหานี้จะเกิดกับเกษตรกรที่ทำการเปิดฟาร์มและเลี้ยงมาเป็นเวลานาน คุณหนุ่มบอกเพิ่มเติมว่าในปัจจุบันมีมาตรฐานจากทางกรมปศุสัตว์เข้ามาควบคุมธุรกิจการเลี้ยงสัตว์ โดยเน้นให้เป็นการสร้างโรงเรือนเป็นระบบปิดทั้งหมด เพื่อความปลอดภัย และควบคุมคุณภาพของสัตว์ให้มีมาตรฐาน

พูดถึงความแตกต่างระหว่างการเลี้ยงแบบเก่าและแบบใหม่

การเลี้ยงแบบปิด (EVAP)
ข้อดี 
ประสิทธภาพของสัตว์สูงขึ้น 
ค่าความสูญเสียลดลง
อัตราการเจริญเติบโตดีขึ้น
มีความปลอดภัยควบคุมโรคได้ง่าย
สามารถเลี้ยงสัตว์ต่อหนึ่งหน่วยพื้นที่ได้มากกว่าระบบเปิด
เมื่อควบคุมการระบายอากาศภายในโรงเรือนได้จึงลดความเครียดของสัตว์ สัตว์รู้สึกสบายมากขึ้น
สามารถเก็บข้อมูลการเลี้ยงเพื่อนำไปพัฒนาต่อยอดการเลี้ยงได้
ลดความชื้นและก๊าซแอมโมเนียภายในโรงเรือนได้

ข้อเสีย
จำเป็นต้องลงทุน
ต้นทุนค่าไฟสูงขึ้น
จำเป็นต้องใช้เวลาในการเรียนรู้ เพื่อให้ใช้งานเครื่องอย่างเต็มประสิทธิภาพ
การเลี้ยงแบบเก่า
ข้อดี
ต้นทุนต่ำ
ค่าไฟน้อยกว่า

ข้อเสีย
จำเป็นต้องอาศัยการดูแลอย่างใกล้ชิดเพื่อป้องกันโรค 
ไม่สามารถรักษาอุณหภูมิให้คงที่, เหมาะสมต่อการเลี้ยงได้
มีความเสี่ยงต่อการติดโรคระบาดได้
อัตราการเติบโตต่ำเมื่อเทียบกับระบบปิด ทำให้จำนวนวันในการเลี้ยงมากขึ้น

บริภัณฑ์ ตันติพุทธ
 
เน้นกลุ่มลูกค้าขนาดเล็กถึงกลาง ที่ไม่ต้องการฟังค์ชั่นที่ซับซ้อน
 
คุณหนุ่มเน้นขาย TP 40/80 เป็นหลัก เนื่องจากกลุ่มลูกค้าเป็นฟาร์มขนาดเล็กถึงขนาดกลาง เน้นใช้งานง่าย ไม่ต้องมีฟังค์ชั่นเยอะ คุณหนุ่มให้เหตุผลว่า เคยลองชูเรื่องฟังค์ชั่นต่างๆให้ลูกค้าแล้ว ยกตัวอย่าง เช่น การตั้งค่าการเลี้ยงล่วงหน้า (Growthday) หรือฟังชั่นการเปิดพัดลมเป็น Stages  เมื่อนำมาให้ลูกค้าใช้จริงแล้ว ลูกค้าให้ Feedback กลับมาว่า ไม่ถนัดในการใช้งาน และต้องใช้เวลาในการเรียนรู้ จึงอยากใช้แค่ฟังค์ชั่นพื้นฐานเช่น ดูอุณหภูมิและความชื้นก็เพียงพอต่อการใช้งานแล้ว

พูดถึงลูกค้าที่เข้ามาสอบถามแต่ยังไม่ตัดสินใจซื้อ หรือเปลี่ยนมาใช้การเลี้ยงแบบระบบปิด
 
การตัดสินใจของเกษตรกรผู้เลี้ยงที่จะเปลี่ยนจากระบบเปิดเป็นระบบปิด ขึ้นอยู่กับหลายปัจจัย ไม่ใช้เพียงแค่ต้องการความสะดวกสบายเพียงอย่างเดียว ปัจจัยที่สำคัญที่สุดคือ เรื่องการลงทุน และราคาขายของสัตว์ไม่ดี เกษตรกรผู้เลี้ยงให้เหตุผลว่า การเลี้ยงแบบเปิด ที่ไม่ต้องอาศัยเทคโนโลยี ใช้แรงงานคน 
ก็ยังให้ผลผลิตที่ดี ธุรกิจยังไปต่อได้ และในหลายๆครั้ง ด้วยภาวะเศรษฐกิจ และโรคระบาดในสัตว์ส่งผลให้ราคาขายของเนื้อหมู/เนื้อไก่ต่ำลง กำไรที่ได้ก็ต่ำลงไปด้วยจึงเป็นปัจจัยหลักที่ทำให้เกษตรกรยังไม่กล้าลงทุนกับเทคโนโลยีในการเลี้ยง แม้จะยังต้องเหนื่อยคอยดูแลสัตว์อย่างใกล้ชิดก็ตาม 
แต่ปัญหานี้จะเกิดกับเกษตรกรที่ทำการเปิดฟาร์มและเลี้ยงมาเป็นเวลานาน คุณหนุ่มบอกเพิ่มเติมว่าในปัจจุบันมีมาตรฐานจากทางกรมปศุสัตว์เข้ามาควบคุมธุรกิจการเลี้ยงสัตว์ โดยเน้นให้เป็นการสร้างโรงเรือนเป็นระบบปิดทั้งหมด เพื่อความปลอดภัย และควบคุมคุณภาพของสัตว์ให้มีมาตรฐาน
 
พูดถึงความแตกต่างระหว่างการเลี้ยงแบบเก่าและแบบใหม่
 
การเลี้ยงแบบปิด (EVAP)
ข้อดี 
ประสิทธภาพของสัตว์สูงขึ้น 
ค่าความสูญเสียลดลง
อัตราการเจริญเติบโตดีขึ้น
มีความปลอดภัยควบคุมโรคได้ง่าย
สามารถเลี้ยงสัตว์ต่อหนึ่งหน่วยพื้นที่ได้มากกว่าระบบเปิด
เมื่อควบคุมการระบายอากาศภายในโรงเรือนได้จึงลดความเครียดของสัตว์ สัตว์รู้สึกสบายมากขึ้น
สามารถเก็บข้อมูลการเลี้ยงเพื่อนำไปพัฒนาต่อยอดการเลี้ยงได้
ลดความชื้นและก๊าซแอมโมเนียภายในโรงเรือนได้
 
ข้อเสีย
จำเป็นต้องลงทุน
ต้นทุนค่าไฟสูงขึ้น
จำเป็นต้องใช้เวลาในการเรียนรู้ เพื่อให้ใช้งานเครื่องอย่างเต็มประสิทธิภาพ
การเลี้ยงแบบเก่า
ข้อดี
ต้นทุนต่ำ
ค่าไฟน้อยกว่า
 
ข้อเสีย
จำเป็นต้องอาศัยการดูแลอย่างใกล้ชิดเพื่อป้องกันโรค 
ไม่สามารถรักษาอุณหภูมิให้คงที่, เหมาะสมต่อการเลี้ยงได้
มีความเสี่ยงต่อการติดโรคระบาดได้
อัตราการเติบโตต่ำเมื่อเทียบกับระบบปิด ทำให้จำนวนวันในการเลี้ยงมากขึ้น

บริภัณฑ์ ตันติพุทธ

 
error: เนื้อหาได้รับการคุ้มครอง !!